Tokyo Sonata
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ :
ภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ นี้ เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัว ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับคนใดคนหนึ่งในครอบครัวแล้ว เราควรที่จะหันหน้าเข้าหากัน มาพูดคุยกัน ปรึกษา หาแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆด้วยกัน เพราะทุกๆปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ หากคนในครอบครัวพร้อมที่จะรับฟัง ช่วยกันแก้ปัญหา คอยปลอบโยนซึ่งกันและกันและที่สำคัญสมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องมีเวลาให้กันและกัน หากเราเก็บปัญหาไว้ที่เราคนเดียวก็จะส่งผลให้เราไม่มีความสุข หงุดหงิด และอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวด้วย เช่น ต้องคอยรองรับอารมณ์ของเรา เป็นต้น และจากปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้น ก็อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกมายมาก
วีถีชีวิตของคนญี่ปุ่น คือ พ่อเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว มีสิทธิผูกขาดในทุกๆเรื่อง ส่วนผู้เป็นแม่ มีหน้าที่เป็นช้างเท้าหลัง คอยดูแลลูกและสามี ไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง :
ทฤษฎีความขัดแย้ง ของ มาร์กซ์ ซึ่งประเภทของความขัดแย้งนี้
![]() |
| คาร์ล มาร์กซ์ |
1.เป็นความขัดแย้งภายในบุคคล คือ การไม่ลงตัวระหว่างความคิดและความเป็นจริงที่เป็นอยู่ คือ พ่อรับไม่ได้ที่ตนเองตกงาน และต้องไปทำงานที่ด้อยกว่าเดิม ซึ่งเขาคิดว่า เขาจะต้องทำงานที่ดีกว่านี้
2.เป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล คือ พ่อกับลูก ลูกอยากเรียนดนตรี แต่พ่อไม่ให้เรียน เพราะเห็นว่า ลูกคงไม่จริงจังอะไรกับการเล่นดนตรี เดี๋ยวก็เบื่อ
หากดิฉันเป็นพ่อ :
![]() |
ดิฉันจะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับสมาชิกในครอบครัว เช่น ทำอาหารร่วมกัน กินข้าวพร้อมกัน ดูทีวีด้วยกัน เป็นต้น และ จะสนใจคอยไถ่ถามความเป็นไปของลูกๆและภรรยาในทุกๆวัน จะยอมรับฟังความคิดเห็นของสมากชิกในครอบครัวอย่างมีเหตุผล จะให้อิสระกับลูกๆ แต่อิสระเหล่านี้ก็ต้องอยู่ในกรอบเกณฑ์ของความถูกต้อง และอยู่ในกฎระเบียบที่สมาชิกในครอบครัวร่วมกันสร้างขึ้นมา และเมื่อต้องประสบปัญหากับการตกงาน ดิฉันจะบอกกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้รับรู้ว่า ตัวเองตกงาน และจะพยายามหางานทำให้เร็วที่สุด โดยที่จะไม่เลือกงานจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเราสุขสบาย และในระหว่างที่พ่อกำลังหางานทำอยู่นี้ อยากให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นกำลังใจให้พ่อด้วย ....
หากดิฉันเป็นแม่ :
ดิฉันก็จะทำแบบนี้เช่นกัน เพราะหน้าที่ของผู้เป็นแม่ และภรรยาที่ดี ก็คือ เป็นผู้ดูแลงานบ้าน ดูแลทุกข์สุขของทุกคนในครอบครัว คอยรับฟังปัญหาของทุกคนอย่างใจเย็นและมีเหตุผลเสมอ ทำตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างพ่อ หรือ ลูก จนเกินไป และคอยถามไถ่การทำงานของสามีและการเรียนของลูกในแต่ละวัน เช่น เหนื่อยไหม เป็นไงบ้างวันนี้ เป็นต้น...
หากเป็นพี่คนโต :
ดิฉันจะไม่ไปเป็นทหาร จะอยู่กับครอบครัว จะไม่ทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง จะหางานทำเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อ และช่วยพ่อกับแม่ดูแลน้อง...
หากเป็นน้องคนเล็ก :
ดิฉันจะนำเงินที่แม่ให้ไปจ่ายค่าอาหารกลางวันให้ครู และจะขอแม่ไปเรียนดนตรีที่ตนชอบ จะไม่โกหกแม่ และจะพยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจว่า ตนชอบเล่นดนตรีจริงๆ และถ้าที่บ้านไม่มีเงินให้เรียน ก็จะหางานพิเศษทำ เก็บเงินเรียนเอง โดยจะตั้งใจเรียน เพื่อพิสูจน์ให้พ่อ เห็นความสามารถของเราให้ได้...
ดิฉันจะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง ถ้ามีปัญหาก็จะปรึกษาพ่อแม่ ถ้าครอบครัวมีปัญหาเช่นนี้ ก็จะคอยให้กำลังใจพ่อ แม่ เข้าไปกอด หรือเวลาพ่อ แม่ กลับจากทำงาน เราก็หาน้ำเย็นๆ ไปให้ท่านดื่ม...
ข้อคิดที่ได้ :
ข้อคิดที่ได้ :
![]() |
| ครอบครัวควรหันหน้าเข้ากัน ปรึกษา พูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว |
การที่ครอบครัวของเราจะมีความสุขได้นั้น สมาชิกทุกคนต้องมีเวลาให้แก่กัน เช่น อาจจะหากิจกรรมต่างๆทำร่วมกัน เช่น ทำอาหารด้วยกัน รับประทานอาหารพร้อมกัน ดูทีวีด้วยกัน ไปเที่ยวในเทศกาลวันหยุดต่างๆ เป็นต้น และ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ควรที่จะหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกัน มากกว่าที่จะเก็บปัญหานั้นไว้คนเดียว เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอถ้าหากทุกคนกล้าที่จะยอมรับและผ่านมันไปด้วยกัน และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้อง ปฎิบัติตามหน้าที่บทบาทที่ตนเองได้รับอย่างครบถ้วน คือ การเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ การเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก การเป็นสามีที่ดีของภรรยา และการเป็นภรรยาที่ดีของสามี...
คำถาม :
ทำไมการตัดสินใจทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับพ่อเพียงผู้เดียว ทำไมพ่อไม่ปรึกษาแม่..? ไม่เห็นจะยุติธรรมเลย ...
“..ความรัก ความเข้าใจ เชื่อมสายใย ให้ครอบครัว..”
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : www.Google.com


















