หลักการเหตุผล :
เนื่องด้วยในรายวิชาปัญหาสังคมเป็นรายวิชาที่เรียนรู้ถึงสภาพสังคมในด้านต่างๆ รวมทั้งเรียนรู้เพื่อให้มีความเข้าใจถึงสถานการณ์ ความเป็นไปของสังคม และยังส่งเสริมให้นิสิตรู้จักประสานงานกับหน่วยบริการสังคม เรียนรู้การทำงาน โดยการจัดโครงการสร้างสังคมเป็นสุขเพื่อสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ทางสังคมในด้านต่างๆ จากการศึกษาในรายวิชาทางสมาชิกกลุ่มได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของไทย ที่ในปัจจุบันมีการจัดการศึกษาที่หลากหลายรูปแบบทั้งเด็กปกติทั่วไปหรือการจัดการศึกษาพิเศษ และสอดคล้องกับสมาชิกกลุ่มที่กำลังศึกษาวิชาชีพครู จึงได้คิดจัดทำโครงการสร้างสังคมเป็นสุข เรียนรู้สู่ห้องเรียนการศึกษาพิเศษ เพื่อเรียนรู้การจัดการศึกษาพิเศษเป็นการสร้างประสบการณ์ทางการสอนสำหรับการศึกษาพิเศษ ร่วมทั้งยังรู้จักทักษะการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้ และยังเป็นการสร้างจิตอาสาในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม
วัตถุประสงค์ของโครงการ :
1.เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพครูในการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาพิเศษ
2.เพื่อเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
3.เพื่อรู้จักประสานงานและเรียนรู้การทำงานกับหน่วยบริการสังคม
4.เพื่อสร้างจิตอาสาในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
เป้าหมาย :
นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรี และ คลินิคเด็กพิเศษ โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา
การตรวจสอบนโยบายทางเลือก
การจัดการศึกษาพิเศษต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและกระบวนการ การรวมพลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชุมชน องค์กรคนพิการ และผู้ปกครองของเด็กที่ต้องการการศึกษาพิเศษประสานความร่วมมือและสนับสนุน การดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อเด็กทุกระบบและครบวงจรจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นโยบายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับเด็กพิเศษ มีดังนี้ (รัฐบาล)
1. ด้านการบริการ ให้ผู้พิการได้เรียนตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการ โดยเน้นให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ให้โอกาสเด็กพิการ ได้เรียนทั้งด้านภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในหลักสูตรสายสามัญและให้ฝึกวิชาชีพเพิ่มเติมไปด้วย เพื่อให้คนพิการสามารถพัฒนาตนเองให้เพียงพอที่จะพึ่งตนเองได้
2. ด้านโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้พิการมีโอกาสได้รับการศึกษาทัดเทียมกับเด็กปกติ
3. ด้านการจัดการศึกษา ต้องจัดให้คนพิการทุกคนที่อยากเรียน ต้องได้เรียน โดยขยายการบริการทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน เน้นการร่วมและการจัดให้สอดคล้องกับประเภทและระดับของความพิการ
4.ด้านบุคลากร ให้สถาบันอุดมศึกษาปรับปรุงการผลิตครูการศึกษาพิเศษให้พอเพียงและมีคุณ ภาพ และให้มีรายวิชาการศึกษาพิเศษในหลักสูตรการฝึกหัดครู นอกจากนี้ พัฒนาครูประจำการให้มีเทคนิคการสอนที่ทันสมัย ตามหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
5.ด้านการส่งเสริมเอกชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เอกชน และองค์กรเอกชนที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทุกระดับ ทุกระบบ และทุกรูปแบบ โดยรัฐให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและบุคลากร ให้เท่าเทียมกับการจัดการศึกษาของรัฐ
นโยบายหรือแนวทางที่บุคคลในสังคมตลอดจนสถาบันครอบครัวที่มีต่อคนพิการ ดังนี้
ผู้ปกครองมีบทบาทมากขึ้นในการให้การศึกษาแก่บุตรของตน ผู้ปกครองจะต้องร่วมมือกับโรงเรียน เช่น การให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่โรงเรียนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้องที่สุด ให้ความคิดเห็นแก่ทางโรงเรียนในการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล ให้ความคิดเห็นในการเลือกโปรแกรมการศึกษาของบุตรว่าจะให้บุตรเรียนในโรงเรียนพิเศษหรือในโรงเรียนปกติ เป็นต้น
นโยบายแนวทางในชั้นเรียนเสนอเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตราใด เพราะเหตุใด
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 43 กล่าวไว้ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกัน ในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
“ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติหรือเด็กไม่ปกติก็ตามต้องได้รับการศึกษา ดังนั้นจากนโยบายที่ว่า ก็จะเป็นการสอดรับกับการให้บริการทาการศึกษากับเด็กพิเศษตามมาตราดังกว่า.”
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 วรรค 2 กล่าวไว้ว่า “การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือผู้ด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าว มีสิทธิและโอกาสที่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ”
เมื่อต้องการที่จะให้การศึกษากับเด็กที่มีความพกพร่องดังกล่าวแล้ว ก็ต้องมีการผลิตบุคคลากรทางการศึกษาพิเศษเพิ่มมากขึ้นตรงจุดนี้ก็จะสอดรับกับนโยบายทางกลุ่มที่เสนอมา.
กิจกรรมที่ไปเรียนรู้
จาก คลินิคเด็กพิเศษ โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา
มีกิจกรรมต่างๆดังนี้
![]() |
เป็นกิจกรรมที่ร่วมกันร้อง เต้นไปพร้อมๆกันเช่นเพลงรถไฟ เพื่อฝึกเด็กให้จำท่าเต้น เนื้อร้องและเป็นการผ่อนคลายเด็ก |
กิจกรรมที่ไปเรียนรู้
จาก โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัด ชลบุรี
มีกิจกรรมต่างๆดังนี้
ช่วยงานกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยจัดตู้โชว์ผลงานใหม่แยกเป็นหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
-


























