วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหาสังคมที่ฉันเห็น..


ปัญหาสังคม หมายถึง สถานการณ์ที่กระทบกระเทือนบุคคลจำนวนมาก เป็นสภาพที่ไม่ต้องการ และทุกคนที่ได้หรือไม่ได้รับผลกระทบ มีความรู้สึกว่าควรมาร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้น         

 ปัจจุบันปัญหาสังคมไทยมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาคอร์รัปชั่น ปัญหาความยากจน ปัญหาเด็กและเยาวชน ฯลฯ ปัญหาต่างๆเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของคนในสังคมไทย ซึ่งปัญหาที่ดิฉันจะกล่าวถึงก็คือ.... ปัญหาเด็กและเยาวชน

 
ปัญหาของเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่นั้นมาจากครอบครัวที่ไม่รักกันของพ่อ แม่ ที่แยกทางกันแล้วทิ้งให้เด็กอยู่กับญาติฯลฯมักจะก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจ เช่น
                ๑. การขาดความรัก โดยโหยหาความรักอาจจะแสดงออกการเรียกร้องความสนใจ การก้าวร้าวเป็นต้น
               ๒.ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อคนง่าย โดยไม่คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนเองในวันข้างหน้า ชอบโกหก ชอบลักขโมย ขี้เกรียจ ใช้เงินเปลือง
               ๓.มีอารมณ์รุนแรงในเวลาโกรธ
               ๔ .ชอบวิตกกังวล น้อยใจ
 
สิ่งที่ควรแก้ไข
             ๑.ควรให้เด็กรู้จักเป้าหมายของชีวิต ให้รู้จักคิดและค้นหาความต้องการของตนเองในอนาคต โดยให้เด็กรู้จักคิดเองโดยมีผู้ปกครองคอยชี้แนะหรือแนะนำแนวทาง
            ๒.ให้มีความศรัทธาในความรักตัวเองและผู้อื่นในครอบครัวและสังคม
            ๓เสริมสร้างบุคคลิกภาพให้มีความเชื่อมั่นในตนเองให้เด็กสามารถพูดคุยปัญหาตน เองต่อพ่อ แม่หรือบุคคลในครอบครัวสร้างให้เขามีความภาคภูมิใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลภายนอก
            ๔.การให้ลูกรู้จักแยกแยะในสิ่งที่ถูกและผิด




ซึ่งปัญหานี้ดิฉันได้พบเจอมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553 ซิ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านของดิฉันเอง เรื่องมีอยู่ว่า

...ในวันนั้นดิฉันและแม่ได้ขับรถกำลังจะไปบ้านน้า ระหว่างทางผ่านเห็นรถมอเตอร์ไซค์ชนเด็กขี่รถจักรยาน 2 คน ซึ่งคนที่ชนก็คือ น้าของดิฉันเอง เมื่อถามผู้เห็นเหตุกาณ์ก็เล่าว่า เด็กสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน โดยคนผู้หญิงเป็นพี่ คนผู้ชายเป็นน้อง อายุประมาณ 6-7 ขวบ ได้ขี่รถจักรยานตัดหน้า เนื่องจากดีใจที่แม่จะมารับไปอยู่ด้วย ก็เลยรีบปั่นจักรยานออกมาจะไปหาเงิน 100 บาท เพื่อเป็นค่ารถให้แม่ 

              น้าของดิฉันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเงยหน้ามาเห็นเด็กชายนอนคว่ำหน้า ก็เลยรีบอุ้มเด็กชายไปส่งโรงพยาบาล แต่เด็กผู้หญิงไม่ได้รับบาดเจ็บเลย เมื่อเด็กหญิงเห็นน้องชายได้รับบาดเจ็บมาก ก็เลยร้องไห้วิ่งตามน้องชายไปที่โรงพยาบาล (ซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก) เมื่อถึงโรงพยาบาลเด็กชายก็เข้าไปทำแผลพบว่า เด็กชายหัวโน และฟันหัก โดยหมอสงสัยว่าจะกามหัก เมื่อน้าของดิฉันสอบถามถึงครอบครัวเด็ก ก็ทราบว่า เด็กทั้งสองอยู่กันตามลำพัง โดยแม่ไปทำงานที่ต่างจังหวัด ไม่ได้มาดูแล ในตอนแรกเด็กทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลา คนบริเวณนั้นสงสารเลย หาข้าวให้เด็กกินทุกๆวัน แต่เด็กทั้งสองก็กลับปล่อยลมยางรถยนต์ และแงะรถลักขโมยของของคนบริเวณนั้นไปขาย ทำให้ถูกไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น 
   หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านของคนที่รู้จักกับแม่  แต่เด็กทั้งสองก็ยังไปขโมยเงิน ขโมยของ ของเจ้าของบ้าน เลยทำให้ต้องย้ายออกมานอนที่นอกบ้าน โดยมีเสื่อ กับ หมอน (ไม่มีหลังคา) เด็กทั้งสองมีนิสัยชอบลักขโมย ขโมยได้แม้กระทั่งของในวัด ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จึงทำให้คนในหมู่บ้านเอื่อมระอาไม่สนใจ แต่คนในระแวกนั้นก็ยังหาข้าวให้กินเสมอ เพียงแต่ว่าไม่มีใครกล้าที่จะรับไปอยู่ด้วยอีกเลย พฤติกรรมของเด็กทั้งสองยังไม่หมดแค่นี้เด็กทั้งสองชอบเข้าไปที่โรงพยาบาล เข้าไปยกมือไหว้ขอเงินคนในโรงพยาบาล เมื่อมีเงินบางครั้งก็นำไปซื้อข้าวและเก็บไว้ให้แม่ เวลาที่แม่มาหา (เหมือนขอเงินไปให้แม่ ซึ่งแม่ก็ทำงานอยู่กับสามีใหม่ที่ต่างจังหวัดไม่เคยส่งเงินมาให้ลูกเลย)   และเมื่อทางโรงพยาบาลติดต่อไปหาแม่ แม่ก็บอกว่าไม่ว่าง มาไม่ได้ ทางครอบครัวของน้าก็เลยต้องเป็นธุระพาเด็กส่งต่อไปอีกโรงพยาบาลประจำจังหวัด เนื่องจากคนในหมู่บ้านไม่มีใครชอบเด็กสองคนนี้เพราะมีนิสัยชอบขโมยของอยู่เป็นประจำ โดยน้าจะออกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด 
เด็กเที่ยวไปขอเงินตามสถานที่ต่างๆ

                เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ปรากฏว่าเด็กชายกามหัก ต้องมีผู้ปกครองไปเซ็นต์ยินยอมผ่าตัด แต่แม่ของเด็กยังไม่มา และเมื่อติดต่อไปที่แม่เด็กอีกครั้งว่าต้องมาเซ็นต์อนุญาต แม่จึงยอมมา และเมื่อแม่ของเด็กมา แม่ของเด็กก็ได้มาขอเงินโดยเรียกค่าทำขวัญ สามพันบาท และโกหกว่าเด็กไม่ได้เป็นไรมาก ไม่ได้กามหัก และออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เมื่อน้าไปโรงพยาบาลเพื่อจ่ายเงินและนำตัวเด็กออก แต่ทางโรงพยาบาลไม่ยอม เนื่องจากเด็กต้องผ่าตัดกาม แต่แม่ของเด็กไม่ขอรักษา จึงพาเด็กทั้งสองหนีออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับเงินค่าทำขวัญ ซึ่งเราก็ไม่รู้เลยว่าเด็กทั้งสองจะถูกทอดทิ้งไว้ตามลำพังอีกไหม และเด็กชายที่กามหักจะได้รับการรักษาให้หายเป็นปกติหรือไม่........

      จากเหตุการณ์นี้เราจะเห็นว่า เด็กทั้งสองขาดความรักความอบอุ่น ขาดการเอาใจใส่จากครอบครัว จึงทำให้เด็กแสดงออกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กลายเป็นปัญหาสังคม ส่งผลกระทบต่อคนในสังคม แต่หาก พ่อแม่  รัก และเอาใจใส่ไม่ทอดทิ้ง ดิฉันเชื่อว่า เด็กทั้งสองคนนี้จะเป็นเด็กดีของสังคมได้ และจากการกระทำของแม่ ในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของดิฉันว่า.... แม่คนนี้เคยรักลูกทั้งสองของเขาบ้างหรือป่าว เหตุไฉนถึงทิ้งลูกไว้ลำพัง ไปมีความสุขกับสามีใหม่แบบนี้ และ ที่สำคัญทำไมไม่ยอมรักษาลูกชายให้หายเป็นปกติก่อนที่จะพาลูกออกไปทั้งๆที่ไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลสักบาท ......

ใครๆก็อยากจะมีครอบครัวที่มีความสุข อยู่กันพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก

       ดังนั้น เมื่อเรามีลูกแล้ว เราก็ควรจะเอาใจใส่เขา เลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด ให้เขาเติบโตมาเป็นคนดีของสังคมและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติต่อไป.....ไม่ควรทอดทิ้งเขา เพราะเด็กทุกคนต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ทั้งนั้น..............ที่สำคัญ ควรจะมีลูกเมื่อพร้อม

 
“..เด็กและเยาวชนเป็นอนาคตของชาติ เด็กควรได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ดีจากคนในครอบครัว พ่อแม่ต้องคอยชี้แน่ะถูกผิดให้กับลูกและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป..”

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของรูปภาพจาก :
          http://www.google.co.th
          อ้างอิงข้อมูลจาก :
          http://pronsavan.blogspot.com/2009/06/blog-post_29.html

5 ความคิดเห็น:

  1. คนอะไรทิ้งลูกได้ลงคอ.....แย่อ่ะ :-(

    ตอบลบ
  2. เริ่ดค่ะเริ่ด...ทำดีกว่าเค้าอีกนะเนี่ย

    ตอบลบ
  3. ครอบครัวอบอุ่น สังคมก็เป็นสุขค่ะ

    ตอบลบ
  4. สังคมครอบครัว เป็นอะไรที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเป็นอย่างแรก

    ตอบลบ
  5. เขียนได้ดีมากค่ะ แต่นิดนึงนะคะ กรามหัก มิใช่ กามหัก ค่ะ

    ตอบลบ